เลือกหน้า

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ (บริษัท-บริษัทย่อย)

(Privacy Notice for Vendors / Suppliers, and Business Partner)

 

ประกาศ ณ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2566

 

          บริษัท ละแมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้าและพันธมิตรของบริษัท (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ท่าน”) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ที่อาจมีขึ้นในอนาคต (“กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ประกาศ”) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม การใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

 

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม

          บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานของบริษัทตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ และตามขอบเขตและใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งรวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดข้อมูล
ข้อมูลส่วนบุคคลพื้นฐาน

1.       ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล เช่น  ชื่อ-นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือข้อมูลยืนยันตัวตนอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ บริษัทที่ท่านทำงานให้หรือจ้างงานท่าน ลายมือชื่อ (รวมถึงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) ข้อมูลประเภทคู่ค้า ภาพถ่าย ภาพหรือบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)[1]

2.       ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล บัญชีสื่อสังคมออนไลน์

3.       ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขที่บัญชีธนาคารและข้อมูลทางธนาคาร ข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน เลขที่บัตรเครดิต และชื่อผู้ถือบัตร และรายละเอียดของบัตรเครดิต

4.       ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลที่ท่านให้แก่บริษัท ตามที่ปรากฏในสัญญา แบบฟอร์ม แบบสำรวจ หรือข้อมูลตามเอกสารประกอบธุรกรรม ข้อมูลรายงานการประเมินผู้ขาย/ผู้ให้บริการประจำปี ข้อมูลรายละเอียดตามเอกสารการเสนอราคาตามโครงการต่างๆ

5.       ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ข้อมูลการสื่อสารทางอีเมล ข้อมูลจากการบันทึกการใช้งาน เช่น ตัวระบุอุปกรณ์ หมายเลข IP address ของคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายกัน ข้อมูลเบราว์เซอร์และข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ของบริษัท เช่น ประวัติในการเยี่ยมชม ค้นหา และปฏิสัมพันธ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับเว็บไซต์ของบริษัท

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ไม่มี

          ทั้งนี้ ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญา หรือเพื่อให้บริษัทดำเนินการตามกฎหมาย บริษัทอาจปฏิเสธการดำเนินการใดๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การทําธุรกรรมใดๆ ระหว่างท่านกับบริษัท การซื้อขายสินค้า และ/หรือ บริการ การเรียกรับสินค้า และ/หรือ บริการ การตรวจรับสินค้า และ/หรือ บริการ

 

 

 

  1. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ และตามฐานในการประมวลผล                   ข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

วัตถุประสงค์ ฐานในการประมวลผล                   ข้อมูลส่วนบุคคล
1.    เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้สัญญาระหว่างท่านกับบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การดำเนินธุรกรรมทางธุรกิจกับท่าน การซื้อขายสินค้า และ/หรือ บริการ การเรียกรับสินค้า และ/หรือ บริการ การตรวจรับสินค้า และ/หรือ บริการ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การชำระเงิน การออกใบแจ้งหนี้ การติดตามทวงหนี้

•  การปฏิบัติตามสัญญา

•  ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

2.    เพื่อบริหารจัดการการติอต่อสื่อสารทางธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า และ/หรือ การบริการ การปฏิบัติตามสัญญา รวมถึงการจัดการข้อสงสัย           คำขอ หรือข้อร้องเรียนต่างๆ

•  การปฏิบัติตามสัญญา

•  ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

3.    เพื่อการคัดเลือกคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การพิสูจน์ตัวตน หรือสถานะทางธุรกิจ หรือ การประเมินความเหมาะสม ร่วมถึงตรวจสอบคุณสมบัติ และ/หรือ ความเสี่ยงในการร่วมธุรกิจ

•  การปฏิบัติตามสัญญา

•  ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

4.    เพื่อปรับปรุงคุณภาพการปฏิบัติงานและบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การทำฐานข้อมูล วิเคราะห์และพัฒนากระบวนการดำเนินงานของบริษัท การพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและบริการ

•  ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

•  ความยินยอม

5.    เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด การทำวิจัย การวิเคราะห์ การสำรวจทางการตลาด การจัดทำข้อมูลสถิติ การนำเสนอสินค้า รวมถึงการพัฒนาแผนทางธุรกิจ

•  ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

•  ความยินยอม

6.    เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท •  ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
7.    เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว •  ความยินยอม

 

          ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งไว้ข้างต้น บริษัทจะดำเนินการแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้ท่านทราบ และขอความยินยอมจากท่านเป็นหนังสือ หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

 

  1. วิธีเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคล
    • จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น เมื่อมีการดำเนินการใดๆ เพื่อเข้าทำสัญญาหรือทำสัญญาหรือธุรกรรมใดๆ กับบริษัท เช่น การติดต่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ การทำสัญญาแฟรนไชส์ การโต้ตอบทางอีเมล หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ระหว่างบริษัทกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือได้รับจากข้อมูลการใช้เว็บไซต์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
    • จากบุคคลอื่น เช่น ข้อมูลจากผู้ให้การรับรอง ตัวแทน คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลภายนอกที่ให้บริการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นต้น

 

  1. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

           บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ต่อและได้รับความยินยอมจากท่าน โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทในฐานะคู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามบริษัทมีสิทธิเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานกว่าระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น หากเป็นไปเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่น

 

  1. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    • บริษัทจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งและได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือได้รับยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
    • บริษัทมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น ดังเช่น หน่วยงานและบุคคลต่อไปนี้
      • พนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ ผู้จัดการ บุคลากรของบริษัท หรือบริษัทในเครือ เฉพาะที่เกี่ยวข้อง และมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เท่านั้น
      • พันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ตัวแทน ลูกค้า ผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้างช่วง นายหน้าที่ทำงานหรือให้บริการแก่บริษัท รวมถึงผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ให้บริการ หรือบริหารจัดการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลไว้บนอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการพัฒนาปรับปรุงหรือดูแลรักษามาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยของระบบงานและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ที่ปรึกษา ผู้ให้บริการทางวิชาชีพ
      • หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานที่ร้องขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย อาทิเช่น การร้องขอข้อมูลเพื่อการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือการร้องขอที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย เช่น กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล หน่วยงานระงับข้อพิพาท
    • ในกรณีที่มีความจำเป็น บริษัทมีสิทธิส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลอื่นในต่างประเทศ โดยในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลในต่างประเทศดังกล่าวนั้น บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบให้แน่ใจว่า บุคคลดังกล่าวมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และ/หรือ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายไทยกําหนด
    • บริษัทมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้หลักเกณฑ์ตามกฎหมาย คำสั่ง กฎ ข้อบังคับ หรือ คำสั่งศาล เช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงในกรณีที่มีความจำเป็นตามสมควรในการปฏิบัติตามสัญญา ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมบริษัท หรือการขายกิจการ

 

  1. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิเกี่ยวกับการจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

  • สิทธิในการได้รับการแจ้งจากบริษัทให้ทราบถึงรายละเอียดในการเก็บรวบรวม ระยะเวลาในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ท่านให้ความยินยอมไว้ โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงผลกระทบจากการเพิกถอนความยินยอมดังกล่าว ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหน้าการเพิกถอน
  • สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขอทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งบริษัทเก็บรวบรวมไว้ รวมถึงการขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอมไว้
  • สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อบุคคลใด
  • สิทธิในการแจ้งให้บริษัทดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
  • สิทธิในการระงับบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • สิทธิในการให้บริษัทโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ซึ่งโดยสภาพสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
  • สิทธิในการคัดค้านบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่บริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          ท่านสามารถขอใช้สิทธิตามที่ระบุไว้ข้างต้นโดยยื่นคำร้องขอผ่านช่องทางการติดต่อที่ได้ระบุไว้ในข้อ 10. ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธการใช้สิทธิดังกล่าวตามที่ได้ร้องขอ หากเป็นไปตามกฎหมายกำหนด

 

  1. ผลการเพิกถอนความยินยอม

          ท่านมีสิทธิพิจารณาเพิกถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยิมยอมแก่บริษัทไว้ ทั้งนี้ ท่านยอมรับและรับทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนแล้ว

 

  1. มาตรฐานในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

          บริษัทจัดให้มีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งมาตรการทางเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต

          ทั้งนี้ บริษัทกำหนดให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านอุปกรณ์กล้องวงจรปิด (CCTV) เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยบริษัทจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

 

  1. การทบทวนและเปลี่ยนแปลงประกาศ

          บริษัทอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการต่างๆ โดยบริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงของประกาศให้ท่านทราบก่อนจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงผ่านเว็บไซต์ของบริษัท ( https://www.lamairpalmoil.com/ )

 

  1. ช่องทางการติดต่อ

บริษัท ละแมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

ที่อยู่:           17/21 ซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

โทรศัพท์:      02-1475378

อีเมล:          hr@lamairpalmoil.com

 

      ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจฉบับนี้ ให้มีผลบังคับใช้วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2566

 

 

[1] โปรดดูรายละเอียดการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลจากการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิดใน “ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิด” ได้ที่  https://www.lamairpalmoil.com/

en_USEnglish
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.